non

posted on 27 Aug 2015 14:51 by loss-l3oss

สำหรับตัวเราแล้วทุกสิ่งบนโลกนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไงก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจมันเลยสักนิด ไม่ว่ามันก็เกิดจากเหตุผลอะไร อะไรเป็นต้นเหตุ หรือว่าสิ่งที่ตามมานั้นจะเป็นแบบไหนของแบบนั้นสำตัวเราแล้ว....มันก็แค่เรื่องซ้ำซากที่น่าเบื่อ เพราะไม่ว่าไงจุดจบของสิ่งเหล่านั้นถ้าไม่ใช่การล่มสลาย พังนินาศแล้วมันก็เกิดอารยะธรรมใหม่หรือประวัตศาสตร์ชิ้นใหม่ขึ้นมาก็เท่านั้น  หืมม์ ทำไมถึงพูดอะไรแบบนี้งั้นเหรอ คงคิดว่าฉันเป็นคนที่คิดอยากให้ทุกอย่างมีตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางสินะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงฉันคงจะเป็นพระเจ้าไปแล้วล่ะ แถมของแบบนั้นมันก็ยิ่งทำให้น่าเบื่อยิ่งกว่าเก่าซะด้วย โอ๊ะ ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเอเราสินะฉันน่ะชื่อ...

 

+++

ความฝันของฉันมันก็เหมือนความฝันของเด็กน้อยทั่วไปที่ยังไม่เคยออกมาเผชิญโลกกว้างและยังไม่ถูกสิ่งสกปรกทั้งหลายเข้ามาทำหะความบริสุทธิ์นั้นแปดเปื้อนจนกว่าจะได้เริ่มการผจญภัยและความคิดฉันของฉันก็เป็นแบบนั้นตลอดมาแม้ว่าตอนนี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วยังมีลูกศิษย์มากมาย ถึงในเรื่องราวในวันนั้นจะเป็นเหตุการณ์พลิกผันที่เปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล การเผชิญหน้ากับความมืดครั้งแรก รวมถึงความทรมาน เครียดแค้น ชิงชัง จิตด้านลบต่างๆที่ไม่เคยไม่รู้จักได้ประเดนประดังเข้ามาจนตัวเรารู้สึกสิ้นหวังในการที่จะมีชีวิตอยู่......

‘ความมืดมันไม่ได้มีแต่สิ่งที่น่ากลัวเสมอไปหรอก มีบางอย่างที่นอกจากประสาทการรับรู้ทั่วไปสามารถสัมผัสถึงมันได้อยู่ไม่ใช่รึไง’

คำพูดที่ไม่ได้นุ่มนวลและอ่อนโยนของเขาคนนั้นที่พูดขึ้นมาอย่างแบบไม่ปี่ไม่ขลุ่ยเหมือนกับตัวตนที่ล่องลอยดูไม่สนใจอะไรแต่กลับมีทิฐิและความทะเย่อทะยานสูงกว่าที่รูปลักษณะภายนอกแสดงออก คนที่เหมือนกับมีทุกสิ่งหมุนวนโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่กระนั้นกลับอ่อนโยนและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าใคร แล้วในตอนนี้กำลังเดินทางอยู่ที่ไหนกันนะคนๆนั้นน่ะ

 

ปิดหน้าหนังสือลงหลังจากที่จรดปากกาเขียนเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันลงในสมุดเล่มหนาเสร็จเรียบร้อย ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นบิดยืดเส้นยืดสายคลายอาการปวดเมื่อยกับการนั่งเก้าอี้เป็นเวลานานก่อนจะลดมือลงมาปิดปากหาวเมื่อกลไกในร่างกายร้องประท้วงให้รีบทำการพักผ่อนได้แล้วไม่งั้นวันรุ่งขึ้นจะไม่มีแรงลุกขึ้นมารับมือกับเหล่าลูกศิษย์เลือดร้อนที่ทำเอาอยากร้องไห้ทุกวันนั้นได้ไงกัน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูหยามวิกาลทำให้คนที่เพิ่งล้มตัวลงไปนอนกับเตียงกระเด้งลุกขึ้นมาตั้งใจฟังเสียงนั้นอย่างตั้งใจและสงสัยว่าใครกันที่มาเยี่ยมเยือนวิหารโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์กลางดึกกลางดื่นแบบนี้ ศัตรูหรือนักผจญภัย ก้าวลงจากเตียงเดินเดินออกไปตามเส้นทางที่เชื่อมต่อกับประตูหน้าของวิหาร มือข้างหนึ่งเอือมไปหยิบตำราศักดิ์บนชั้นขณะเดินผ่านเก้าอี้นั่งในลานพิธีอีกข้างยกวาดอักขระอัญเชิญเทพประจำตัวขึ้นกลางอากาศเพื่อกรณีฉุกเฉินจะได้เรียกออกมาช่วยตัวเองได้ทัน หยุดยืนหน้าบานประตูไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นปราการขั้นกลางเธอกับผู้มาเยือน พอมาอยู่ใกล้กับเสียงเคาะแบบนี้ความกลัวที่ไม้ได้รู้สึกมานานหลังจากที่ยุติการเดินทางแล้วลงหลักปักฐานที่ดินแดนแห่งนี้

“อย่าปอดสิฟิเอล่า ใจเย็นไว้ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก”

ดึงบานประตูที่ปิดสนิทตรงหน้าให้เปิดออกช้าๆพร้อมรอยยิ้มที่มีไว้ให้กับทุกสถานการณ์เพื่อปิดบังความรู้สึกของตัวเองที่เริ่มจะไม่มั่นใจกับการตัดสินใจนี้เลย กระแสลมกรรโชกที่พัดวืดเข้ามาพร้อมกับม่านแสงที่ถูกเรียกจากตำราขึ้นมาป้องกันการโจมตีแบบคาดไม่ถึง เหงื่อเย็นที่ผุดขึ้นที่ด้านหลังคอพร้อมกับเสียงกรีดร้องภายในใจที่อยากจะร้องไห้กับสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าผู้มาเยือนในชุดคลุมสีดำทะมึนน่ากลัวแถมยังมียักษ์กับสัตว์อสูรตัวเบ้อเร่อเป็นแบล็กกราวที่ด้านหลังเพิ่มความกดดันให้เธออยากจะทรุดตัวลงนั่งขอพรกับพระเจ้าให้คุ้มครองทั้งน้ำตา

 

 

Recommend